นายกฯลิ้นทอง

นอกจากดารา นักแสดงที่สื่อมวลชนจะตั้งฉายาให้แล้ว นักการเมืองก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มักถูกตั้งฉายาไว้เรียกขานอยู่เสมอ  โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ที่ผ่านมามีนายกรัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกตั้งฉายา และมีเรื่องเล่าถึงการได้มาของฉายาต่างๆสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน เช่น ตลกหลวง โหรหน้าสนามกีฬา ฤาษีเลี้ยงลิง พระเตมีย์ใบ้ และนายกฯลิ้นทอง เป็นต้น หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ หรือชื่อเดิม ถวัลย์ ธารีสวัสดิ์ หรือ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ คือเจ้าของฉายา นายกฯลิ้นทอง ที่มาของฉายานี้ได้มาจากการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายปรีดี พนมยงค์ที่ต้องลาออกเพราะไม่สามารถฝ่ามรสุมการเมืองหลังเกิดเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8 ได้ หลังได้รับความไว้วางใจจากสภา หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของการเมืองไทยที่เปิดให้มีการแถลงข่าวกับหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรกและทำเป็นประจำทุกสัปดาห์จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อมา หลังรับตำแหน่งได้ 9 เดือน รัฐบาลหลวงธำรงฯ ก็ถูกฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจซักฟอกในสภา รัฐบาลก็เปิดให้อภิปรายได้โดยไม่จำกัดเวลา  เพราะเชื่อในฝีปากนายกรัฐมนตรี และมีการถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์เป็นครั้งแรกจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อมาถึงทุกวันนี้ ในการอภิปรายในสภาครั้งแรกนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ฝ่ายค้านพยายามขุดคุ้ยหาช่องโจมตีรัฐบาลทุกเรื่อง แต่หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ก็ตอบโต้อย่างไม่ลดละในทุกประเด็น ทั้งยังไม่ยอมปิดประชุมสภาเพื่อปิดปากฝ่ายค้าน แต่ปล่อยให้อภิปรายยาวนานถึง 8 วัน 7 คืน ทำสถิติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยาวนานที่สุด ในที่สุดฝ่ายค้านก็ยอมจำนนเป็นฝ่ายขอปิดประชุมเองเพราะหมดเรื่องจะอภิปราย เป็นผลให้นายกรัฐมนตรีหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ได้รับฉายาว่า“นายกฯลิ้นทอง” ตั้งแต่นั้นมา นอกจากนี้ยังมีฉายานายกรัฐมนตรีที่น่าสนใจอีกเช่น ฉายา “ตลกหลวง” เป็นของ นายควง อภัยวงศ์ ที่มักจะใช้อารมณ์ขันแก้ไขสถานการณ์คับขันได้เสมอ เช่น เมื่อคราวแม่ทัพญี่ปุ่นไปขอพบหลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ไทยส่งกองทัพไปช่วยญี่ปุ่นรบที่พม่าและอินเดีย “ตลกหลวง” ก็ยิ้มรับตอบตกลงทันที แต่ขอให้ญี่ปุ่นช่วยหาเครื่องแบบทหารและอาวุธให้ทหารไทยด้วย โดยให้เหตุผลว่าอาวุธทหารไทยมีแต่ล้าสมัย เจอไม้นี้เข้าไปแม่ทัพญี่ปุ่นถึงกับไปไม่เป็นเพราะไม่แน่ใจว่าส่งปืนให้แล้ว ทหารไทยจะหันปากกระบอกปืนไปที่ฝ่ายไหนกันแน่  และแม้นายควงจะใช้อารมณ์ขันพาตัวรอด และพาชาติรอดมาหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็โดนจี้ให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี โดยจอมพล ป.ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ทำให้เศรษฐกิจก็ดีขึ้นมีไข่เป็ดออกมาวางขายเต็มตลาด นายควงยังไม่วายหยอดอารมณ์ขันว่า “ถ้าผมรู้ว่าผมลาออก เป็ดมันถึงจะไข่ ผมลาออกเสียนานแล้ว” ฉายา “ฤาษีเลี้ยงลิง” เป็นของม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ เจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตรจนไทยพ้นสถานะเป็นประเทศผู้แพ้สงครามแล้ว สภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากนั้นทำให้ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เข้าออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 4 ครั้ง ด้วยความเป็นหัวหน้าพรรคที่เป็นสุภาพบุรุษมาจากข้าราชการประจำ จึงคุมลูกพรรคไม่ค่อยอยู่ เหมือนจับปูใส่กระด้ง บางกลุ่มได้หันมาโจมตีหัวหน้าพรรคตัวเองว่าอ่อนแอ จนทำให้ ม.ร.ว.เสนีย์น้อยใจลาออก จนได้ฉายา “ฤาษีเลี้ยงลิง” ฉายา “พระเตมีย์ใบ้” คือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  ท่านอยู่ในตำแหน่งนาน 8 ปี 4 เดือน 11 วัน ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด ในช่วงท้ายๆของการดำรงตำแหน่งท่านไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์และไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าวเพราะมักถูกสื่อมวลชนวิพากษ์อย่างรุนแรงอยู่บ่อยๆ จึงถูกตั้งฉายาให้ว่า “พระเตมีย์ใบ้” ส่วนนายกคนปัจจุบัน คงต้องรอดูต่อไปว่าจะได้ฉายาอะไร